BETA LIFE (เบต้า ไลฟ์)
1,290฿ Original price was: 1,290฿.690฿Current price is: 690฿.
อาหารเสริมบำรุงไต จาก HOPEFUL
เหมาะสำหรับ : ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังทุกระยะ, ผู้ป่วยที่เพิ่งหายจากโรคไตวายเฉียบพลัน หรือเพิ่งเปลี่ยนไตมาและอยากหาผลิตภัณฑ์สำหรับบำรุงไต, ผู้ที่มีความเสี่ยงการเป็นโรคไต, ผู้ที่ชอบทานเค็ม อาหารแปรรูป ผงชูรส ของหวาน หรืออาหารที่มีไขมันสูง
✅ ช่วยบำรุงไตและปกป้องไตจากการอักเสบหรือถูกทำลายจากสาเหตุต่างๆ เช่น อนุมูลอิสระ, ยา และสารพิษ
✅ ช่วยชะลอความเสื่อมของไต ลดความเสี่ยงการพัฒนาไปเป็นโรคไตขั้นรุนแรง
✅ ลดความเสี่ยงการขาดวิตามินต่างๆในผู้ป่วยไต ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง รู้สึกสดชื่น และ มีเรี่ยวมีแรงมากขึ้น
🆓 จัดส่งฟรี! เก็บเงินปลายทาง! 🚚
สรุปราคา BETA LIFE (เบต้าไลฟ์)
ตารางสรุปราคาพิเศษเทียบกับราคาปกติ ของผลิตภัณฑ์ BETA LIFE :
| จำนวน (กล่อง) | ราคาโปรโมชั่น (บาท) | ราคาปกติ (บาท) |
| 1 กล่อง | 690 | 1,290 |
| 4 กล่อง | 1,790 | 5,160 |
| 8 กล่อง | 3,290 | 10,320 |
| 15 กล่อง | 5,690 | 19,350 |
| 24 กล่อง | 8,290 | 30,960 |

BETA LIFE (เบต้า ไลฟ์)
อาหารเสริมบำรุงไตจาก HOPEFUL ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพสำหรับผู้ที่ใส่ใจการดูแลไต ลดความเสี่ยงการเลื่อมของไต และฟื้นฟูระบบ ขับของเสียในร่างกายให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
วิธีการทาน :
รับประทาน 2 เม็ดวันละ 1 ครั้งหลังอาหารเช้า (กรณีบำรุงไตเฉยๆ ยังไม่ได้เป็นโรคไต สามารถทาน 1 เม็ดหลังอาหารเช้าได้)
BETA LIFE เหมาะกับใคร?
- ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังทุกระยะ
- ผู้ป่วยที่เพิ่งหายจากโรคไตวายเฉียบพลัน หรือเพิ่งเปลี่ยนไตมาและอยากหาผลิตภัณฑ์สำหรับบำรุงไต
- ผู้ที่มีความเสี่ยงการเป็นโรคไต เช่น
- มีประวัติครอบครัวเป็นโรคไต
- มีโรคเรื้อรังที่ยังคุมโรคได้ไม่ดี เช่น เบาหวาน และ ความดัน
- ผู้ป่วยที่ทานยา/อาหารเสริมเยอะ ต้องการผลิตภัณฑ์บำรุงไต
- ผู้ที่ชอบทานเค็ม อาหารแปรรูป ผงชูรส ของหวาน หรืออาหารที่มีไขมันสูง
ข้อห้ามใช้และข้อควรระวัง
- ห้ามใช้ในผู้ที่แพ้สารประกอบต่างๆใน Beta Life
- ห้ามใช้ในเด็กต่ำกว่าอายุ 12 ปี
- ห้ามใช้ในผู้ที่แพ้เห็ด
- หลีกเลี่ยงในหญิงตั้งครรภ์ ถ้าอยากลองใช้ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ในผู้ป่วยที่ใช้ ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น Warfarin, Apixaban และ ยาต้านเกล็ดเลือด เช่น Aspirin, Clopidogrel อาจแนะนำเลี่ยง
- ผู้ป่วยมะเร็งที่กำลังรับยาเคมีบำบัดควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้
- ผู้ป่วยระยะฟอกไต ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้
- ผู้ป่วยโรคแพ้ภูมิตนเองหรือทานยากดภูมิอยู่ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้
ผลข้างเคียงที่อาจพบ
ค่อนข้างปลอดภัย ไม่ค่อยพบผลข้างเคียง แต่ที่พอมีรายงานบ้างได้แก่
- จากเห็ดหลินจือ ในบางรายอาจมีอาการ ไม่สบายท้อง คลื่นไส้ อาเจียน (ทานหลังอาหารทันทีช่วยได้), ปากแห้งคอแห้ง, คันตามผิวหนัง
- จาก ALA ในบางรายอาจมีอาการ ผื่นแดง/มีอาการคันตามผิวหนัง, ปวดหัว, คลื่นไส้ อาเจียน
ส่วนประกอบสำคัญของ BETA LIFE
1. นวัตกรรม RENERGYTM นวัตกรรมสารสกัดจากธรรมชาติที่ช่วยดูแลและปกป้องไต
เกิดการรวมกันของสารสกัด 2 ชนิด ที่มีการศึกษาว่าช่วยในด้านการปกป้องไตจากการได้รับความเสียหาย และ มีส่วนช่วยต้านอนุมูลอิสระลดการอักเสบที่เกิดขึ้นบริเวณไตอันเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ไตเสื่อมได้มากขึ้น ซึ่งนั่นก็คือ สารสกัดจากเห็ดหลินจือ และ ALA นั่นเอง
1.1. สารสกัดเห็ดหลินจือ : เป็นสมุนไพรจีนที่มีการใช้มานานกว่า 2,000 ปี โดยใช้เพื่อเสริมสร้างสุขภาพและรักษาโรคต่างๆ ซึ่งสารสกัดอันทรงคุณประประโยชน์ในเห็ดหลินจือ มีอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น
- Triterpene เช่น Ganoderic acid
- Polysaccharide, Ergosterol เช่น Beta Glucan
- Alpha-ketoanalogues
- และ Proteoglycan
โดยมีการศึกษาพบว่าเห็ดหลินจือมีฤทธิ์ช่วยบำรุงร่างกายอยู่หลายอย่าง เช่น ด้าน Antioxidant, ลดการอักเสบในร่างกาย, เสริมภูมิคุ้มกัน, ช่วยต้านมะเร็ง, ช่วยในด้านการควบคุมระดับน้ำตาล/ความดันโลหิต และ ช่วยปกป้องบำรุงไตอีกด้วย โดยฤทธิ์การปกป้องบำรุงไตที่มีการศึกษายืนยัน เช่น
- ช่วยเสริมการรักษาโรคถุงน้ำในไตจากพันธุกรรม (ADPKD) : สารไตรเทอร์พีน (Triterpene) ในเห็ดหลินจือสามารถยับยั้งการขยายตัวของถุงน้ำในไตโดยการลดการทำงานของ Ras/MAPK Signaling ซึ่งเป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตและการแบ่งตัวของเซลล์ถุงน้ำ
- ช่วยลดการบาดเจ็บของไตที่เกิดจากยาและสารพิษ: Triterpene จากเห็ดหลินจือมีฤทธิ์ป้องกันความเสียหายของไตที่เกิดจากยาหรือสารพิษอื่นๆได้ โดยได้มีการศึกษาในยารักษามะเร็ง Cisplatin ซึ่งมีผลข้างเคียงด้านเป็นพิษต่อไต และจากการศึกษาพบว่า Triterpene ในเห็ดหลินจือมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ และฤทธิ์ Antioxidant จึงสามารถช่วยลด Oxidative Stress (ความเครียดออกซิเดชัน) และช่วยป้องกันความเสียหายของไตจากยาได้
- ผลต่อโรคไตจากเบาหวาน (Diabetic Nephropathy): สารสกัด Proteoglycan จากเห็ดหลินจือสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดและป้องกันความเสียหายของไตที่เกี่ยวข้องกับเบาหวานได้
- ช่วยลดการบาดเจ็บของไตจากภาวะ Renal ischemia Reperfusion injury
ภาวะนี้คือภาวะที่เนื้อเยื่อไตเกิดความเสียหายจากการที่เลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอ (ischemia) แล้วจู่ๆ เลือดกลับมาไหลเวียนอีกครั้ง (reperfusion) ซึ่งเป็นกระบวนการที่เหมือนจะดี แต่จริงๆแล้วกลับทำให้เกิด Oxidative Stress หรือความเครียดออกซิเดชัน ส่งผลให้เนื้อเยื่อไตเสียหายอย่างมาก และเสี่ยงต่อการเกิดไตวายแบบฉับพลันได้ ซึ่งตัวเห็ดหลินจือมีส่วนช่วยในการป้องกันภาวะดังกล่าวโดย ตัว Polysaccharide ในเห็ดหลินจือมีคุณสมบัติช่วยลด Oxidative Stress ได้จึงสามารถช่วยลดความเสียหายและการตายของเซลล์หน่วยไตจากการภาวะดังกล่าวได้
โดยสารสกัดเห็ดหลินจือใน Beta Life มีจุดเด่นที่ดีกว่ายี่ห้ออื่นตามท้องตลาดก็คือ สารสกัดเห็ดหลินจือที่อยู่ในนวัตกรรม RENERGYTM ของ Beta Life เกิดจากความร่วมมือกันของ Hopeful กับทาง วว. ซึ่งมีการใช้นวัตกรรมวิธีการสกัดแบบพิเศษได้เป็นสารสกัดของเห็ดหลินจือที่ให้สารประกอบจำพวก Alpha Keto Analog ได้มากกว่า ซึ่งสารดังกล่าวมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคไตดังนี้
- เป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์กรดอะมิโนจำเป็น ซึ่งผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังมักมีปัญหาด้านการขาดโปรตีน หรือมีความจำเป็นต้องจำกัดโปรตีน ทำให้พบขาดกรดอะมิโนจำเป็นอยู่บ่อยครั้ง ผลที่ตามมาก็คือจะทำให้ผู้ป่วยอ่อนเพลีย สูญเสียมวลกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้ออ่อนแรง และมีปัญหาสุขภาพต่างๆตามมาได้
- มีการศึกษาพบว่าสารกลุ่ม Alpha-ketoanalogues นอกจากจะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดภาวะขาดโปรตีนในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังแล้ว ยังมีส่วนช่วยลดการดำเนินโรคของโรคไตเรื้อรัง และ ช่วยลดการเกิดภาวะ CK-MBD หรือความผิดปกติของกระดูกและแร่ธาตุในผู้ป่วยไตได้อีกด้วย
1.2. ALA (Alpha-Lipoic-Acid)
มีงานวิจัยพบว่า กรดอัลฟาไลโปอิก (Alpha-Lipoic Acid, ALA) มีคุณสมบัติในการป้องกันการเกิดโรคไต และเสิรมการรักษาโรคไตได้ โดยอาศัยกลไกดังต่อไปนี้
- เพิ่มความสามารถของสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย : ALA มีฤทธิ์ Antioxidant ซึ่งส่งผลเสริมการทำงานของระบบต้านอนุมูลอิสระภายในร่างกายสามารถช่วยลดความเสียหายอันเกิดจากอนุมูลอิสระที่ไปทำลายหรือก่อให้เกิดการอักเสบที่เนื้อเยื่อไตได้
- ต่อต้านการอักเสบ : ALA มีฤทธิ์ยับยั้งการอักเสบที่อาจนำไปสู่ความเสียหายของไต
- ลดการเกิดพังผืดในไต : ALA ช่วยลดการสะสมของเนื้อเยื่อพังผืดที่อาจทำให้การทำงานของไตเสื่อมลง
- ลดการตายของเซลล์หน่วยไต (Nephron): ALA ป้องกันการตายของเซลล์หน่วยไตซึ่งเป็นตัวสำคัญในการทำหน้าที่กรองเลือด และหากโดนทำลายก็จะเกิดเป็นโรคไตขึ้น
และยังมีการศึกษาวิจัยในสัตว์ทดลอง ซึ่งผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า ALA มีศักยภาพในการบรรเทาความเสียหายของไตในภาวะต่าง ๆ เช่น เบาหวาน, การบาดเจ็บของไตจากการติดเชื้อ, การขาดเลือด, การอุดตันของท่อไต, และความเสียหายจากสารพิษหรือโลหะหนัก
2. Vitamin B6 B12 & Folic Acid (Vitamin B9)
มีตีพิมพ์ในนิตยสาร American Journal of Kidney Disease และมีระบุใน KDOQI (เป็นแนวทางการรักษาที่ยึดในการให้บริบาลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง) แนะนำว่า
- อาจเสริม Vitamin B6 B12 และ Folic Acid ในรายที่มีอาการหรือความเสี่ยงต่อการขาดวิตามินดังกล่าว(เช่นมีภาวะเลือดจาง, อ่อนเพลีย, อาการชาตามปลายมือปลายเท้า) ซึ่งในผู้ป่วยไตเรื้อรังมีความเสี่ยงในการขาดวิตามินดังกล่าวมากกว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว ซึ่งอาจส่งผลทำให้เกิดความผิดปกติของระบบเลือด, ระบบประสาท และ ระบบภูมิคุ้มกันได้ และ การเสริมวิตามินดังกล่าวยังส่งผลให้ผู้ป่วยรู้สึกสดชื่นมีเรี่ยวมีแรง และเจริญอาหารมากขึ้นได้อีกด้วย
3. Vitamin D3
มีตีพิมพ์ในนิตยสาร American Journal of Kidney Disease และมีระบุใน KDOQI (เป็นแนวทางการรักษาที่ยึดในการให้บริบาลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง) ว่า
- แนะนำว่าอาจเสริม Vitamin D3 ในผู้ป่วยที่เสี่ยงต่อการขาด Vitamin D3 เพื่อป้องกันการขาดวิตามินดังกล่าว และ เนื่องจากในผู้ป่วยไตเรื้อรังมีความเสี่ยงในการขาดวิตามินดังกล่าวอยู่ด้วย ซึ่งอาจส่งผลทำให้เกิดความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน รวมถึงระบบกระดูกและกล้ามเนื้อได้
4. Vitamin E (DL-Alpha-Tocophery Acetate)
วิตามิน E มีฤทธิ์ Antioxidant ซึ่งเป็นตัวช่วยในด้านลดการอักเสบ และป้องกันความเสียหายจากอนุมูลอิสระที่จะเข้ามาทำลายเซลล์ตามอวัยวะต่างๆในร่างกาย รวมถึงที่ไตด้วย
- มีการศึกษาในคนอเมริกาพบว่า คนส่วนใหญ่ในอเมริกาได้รับ Vitamin E น้อยกว่าเกณฑ์ที่ควรได้รับ/วัน (RDA: >15 mg/วัน) ซึ่งผลการศึกษาออกมาว่า
- ผู้ที่ได้รับ Vitamin E มากกว่ามีโอกาสเป็นโรคไตเรื้อรังต่ำกว่าคนที่ ได้รับ Vitamin E น้อยกว่าอย่างมีนัยสำคัญ
- ดังนั้นการรับ Vitamin E ที่เพียงพอจึงอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยป้องกัน และลดการดำเนินโรคของโรคไตเรื้อรังได้
- การรับ Vitamin E ที่พอเพียงยังให้ประโยชน์ด้านช่วยควบคุมระดับความดันโลหิตให้เหมาะสม และ ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคทางหัวใจและหลอดเลือดอันเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง
5. ผงไข่ขาว (White Egg Powder)
คนไข้โรคไต โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาโปรตีนรั่วในปัสสาวะ จะมีปัญหาการขาดโปรตีน โดยเฉพาะตัว albumin ซึ่งเมื่อ albumin ต่ำอาจทำให้น้ำไหลออกนอกหลอดเลือดทำให้เกิดภาวะบวมน้ำตามร่างกายได้ หากโชคร้ายเกิดเป็นภาวะน้ำท่วมปอดก็อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้
ผงไข่ขาวดีอย่างไร??
- โปรตีนจากไข่ขาวถือเป็นแหล่งโปรตีนที่ดี คุณภาพสูง เนื่องจากเป็นแหล่งของกรดอะมิโน และ Albumin และแทบไม่มี Phosphorus ผสมอยู่เหมือนกับโปรตีนจากแหล่งอื่นๆ เลย ผงไข่ขาวจึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ป่วยที่ต้องจำกัดโปรตีน
- สามารถช่วยเสริมโปรตีนในผู้ป่วยโรคไต ช่วยป้องกันภาวะขาดโปรตีน ทำให้ผู้ป่วยมีเรี่ยวมีแรงมากขึ้น
- ลดความเสี่ยงการเกิดภาวะ Albumin ในเลือดต่ำซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการบวมตามร่างกาย หรือเกิดภาวะน้ำท่วมปอดในผู้ป่วยโรคไต
การดูแลตัวเองในผู้ป่วยโรคไต
- หากมีโรคประจำตัวเป็นโรคทาง NCD เช่น เบาหวาน, ความดันโลหิตสูง และ ไขมันในเลือดสูง ให้พยายามควบคุมตัวโรคให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ เพราะโรคพวกนี้หากคุมตัวโรคได้ไม่ดีอาจเป็นสาเหตุของการเกิดภาวะไตเสื่อมได้
- ความดันโลหิต : พยายามควบคุมให้มีค่า < 130/80 mmHg
- ระดับน้่ำตาลในเลือด : FBS (กระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหาร) < 130 mg% และ HbA1C (ระดับน้ำตาลสะสม) < 7.0 mg%
- LDL <100 , Triglyceride < 150
- พยายามควบคุมอาหารหวานมันเค็ม โดยเฉพาะเค็ม ควรจำกัด Sodium แนะนำไม่ให้ทานเกิน 2,000 mg/วัน (เช่น เกลือไม่เกินวันละ 1 ช้อนชา หรือ น้ำปลาไม่เกิน 4 ช้อนชา)
- ไม่ทานยา/สมุนไพร/อาหารเสริม ที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือไม่มีผู้เชี่ยวชาญ/แพทย์/เภสัชกร เป็นผู้แนะนำ
- หลีกเลี่ยงผักผลไม้หรืออาหารที่มีออกซาเลท (oxalate) สูง เพราะเสี่ยงต่อการเกิดเป็นนิ่วที่ไต เสี่ยงต่อการเกิดไตวายฉับพลันได้
- ผักที่มี Oxalate สูง เช่น ผักโขม ผักแพว ปวยเล้ง ใบชะพลู แครอท หัวไชเท้า ใบยอ กระเทียม หัวมันฝรั่ง/มันสำปะหลัง บีทรูท
- ผลไม้ที่มี Oxalate สูง เช่น มะเฟือง ราสเบอร์รี่ กีวี เปลือกส้ม
- อื่นๆที่มี Oxalate สูง เช่น ถั่ว โกโก้ ช๊อคโกแลต
- หากมีการจำกัด โพแทสเซียม(Potassium) ให้จำกัดการรับประทานผักผลไม้ที่มี Potassium สูง
- ผักที่มีโพแทสเซียมสูง : กะหล่ำดอก มัน กะหล่ำปลีม่วง ใบขี้เหล็ก แครอท ถั่วฝักยาว บรอกโคลี มะเขือเปราะ มะเขือพวง มะเขือเทศ มะระจีน วาซาบิ รากบัว สะตอ สะเดา ฟักทอง หัวปลี หน่อไม้
- ผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูง : ทุเรียน กล้วย มะละกอสุก ส้ม ลำไย แคนตาลูป อะโวคาโด เมลอน ผลไม้แห้งต่าง ๆ เช่น ลูกเกด ลูกพรุน
- ทานยาแพทย์อย่างสม่ำเสมอและไปพบแพทย์ตามนัด
- หยุดบุหรี่, แอลกอฮอล์ และ พักผ่อนให้เพียงพอ












