BETA CARE (เบต้าแคร์)
โรคสะเก็ดเงินไม่ใช่โรคติดต่อ แต่ส่งผลกระทบต่อความมั่นใจและการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมหาศาล
1-2% ของคนไทย
หรือกว่า 1 ล้านคน
ป่วยเป็นโรคสะเก็ดเงิน
กำเริบได้ตลอด
เมื่อมีความเครียดสะสม
หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ
เสี่ยงข้ออักเสบผิดรูป
และลุกลามเรื้อรัง
หากปล่อยทิ้งไว้ไม่รีบดูแล
คุณใช่มั้ยที่เสี่ยงเป็น "โรคสะเก็ดเงิน" ?
- มีกรรมพันธุ์: มีพ่อ แม่ หรือคนในครอบครัวสายเลือดเดียวกันเป็นโรคสะเก็ดเงิน
- เครียดสะสม: ทำงานหนัก คิดมาก จนร่างกายหลั่งสารกระตุ้นการอักเสบ
- พักผ่อนไม่พอ: อดนอนเป็นประจำ นอนน้อย จนระบบภูมิคุ้มกันรวน
- มีรังแคเรื้อรัง: เป็นรังแคหนา หรือมีผื่นแดงตามไรผมที่รักษาเท่าไหร่ก็ไม่หายขาด
- ผิวแห้งลอกง่าย: ผิวไวต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนไป แห้ง ตึง และลอกเป็นขุยบ่อยๆ
- แผลลุกลาม: เมื่อมีแผลถลอก หรือรอยขีดข่วน ผื่นมักจะกำเริบหรือลามในจุดนั้น
- ป่วยบ่อย ติดเชื้อง่าย: โดยเฉพาะการติดเชื้อแบคทีเรีย หรือทอนซิลอักเสบ
สะเก็ดเงินไม่หายขาดแต่คุมอาการได้
BETA CARE (เบต้าแคร์) สรรพคุณ
- ลดการอักเสบที่ต้นตอ บรรเทาอาการอักเสบในร่างกาย ช่วยให้ปัญหาผิวทุเลาลง
- เกราะป้องกันเซลล์ผิว อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องและฟื้นฟูผิวไม่ให้เสื่อมโทรม
- ผิวสุขภาพดีเริ่มที่ลำไส้ ปรับสมดุลลำไส้ให้ดีขึ้น ซึ่งส่งผลลัพธ์โดยตรงให้ผิวแข็งแรงจากภายใน
- สูตรเฉพาะเพื่อสะเก็ดเงิน อัดแน่นด้วยวิตามินสำคัญที่ตอบโจทย์การดูแลผิวของผู้ที่เป็นโรคสะเก็ดเงิน
บทสัมภาษณ์จากผู้ใช้จริง
ทำไมต้อง BETA CARE
BETA CARE
เลขสารระบบอาหาร
อย. 13-1-01566-5-0066
สะเก็ดเงินไม่หายขาดแต่คุมอาการได้
อาหารเสริมฟื้นฟูสะเก็ดเงิน ด้วย นวัตกรรมสารสกัดขมิ้นชัน
Curcumin PHYTOSOME® พร้อม Probiotic 5 สายพันธ์ุที่คัด
เลือกมาเพื่อช่วยด้านโรคสะเก็ดเงินโดยตรง
BETA CARE (เบต้าแคร์) เหมาะกับใคร?
- เหมาะสำหรับผู้มีผื่นแดงคัน ตกสะเก็ดสีเงิน เป็นๆ หายๆ
- ผู้ที่รักษาด้วยยาทาหรือสเตียรอยด์ มานานแต่ผื่นยังกลับมา
- ผู้ที่เริ่มมีอาการปวดข้อ รู้สึกอ่อนเพลีย หรือมีความผิดปกติต่างๆ จาก สะเก็ดเงิน
- เครียดบ่อย พักผ่อนน้อยทำให้ ผื่นกำเริบ
- ผู้ป่วยสะเก็ดเงินที่อยากได้ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารดูแลสุขภาพ ควบคู่กับการรักษาของแพทย์
- ขาดความมั่นใจในการใช้ชีวิต ต้องคอยใส่เสื้อผ้าปกปิดรอยผื่นอยู่ เสมอ
- ช่วงที่มีอาการกำเริบของโรค: รับประทานครั้งละ 2 เม็ดวันละ 1 ครั้ง หลังอาหารเช้า
- ช่วงที่โรคสงบ: รับประทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 1 ครั้ง หลังอาหาร เช้า เพื่อลดความเสี่ยงการกำเริบของโรค
Disclaimer : ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการรักษาโรค | ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล | ควรรับประทานร่วมกับการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม | ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานหากมีโรคประจำตัว
ผ่านการตรวจสอบ
และรับรองอย่างถูกต้อง
ได้รับการรับรองด้านการวิจัยและพัฒนา โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)
ได้รับการรับรองด้านการวิจัยและพัฒนา วช. สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) รับรองงานวิจัย


รางวัลการันตี
นวัตกรรมงานวิจัยระดับโลก

รางวัล Honorable Mention Award
จากงาน สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) National Research Council of Thailand (NRCT)

รางวัล Gold Medal
จากงาน International Exhibition of Inventions Geneva 2025 สวิตเซอร์แลนด์

IFIA BEST INVENTION AWARD
จากงาน SVIIF 2025 (Silicon Valley International Invention Festival) สหรัฐอเมริกา
เสียงยืนยันคุณภาพ
ผลลัพธ์จากผู้ใชิจริง
สั่งซื้อ BETA CARE ของแท้จากบริษัท
พร้อมรับโปรโมชันพิเศษ
จัดส่งฟรี! เก็บเงินปลายทาง!
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เกี่ยวกับ BETA CARE
- มีส่วนช่วยยับยั้งการอักเสบของร่างกาย ผ่านกลไกการยับยั้ง Inflammatory Cytokine ชนิดต่างๆ
- มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ช่วยลดภาวะเครียดออกซิเดชัน และสนับสนุนการปกป้องเซลล์ผิวจากความเสียหายระดับเซลล์
- ช่วยดูแลสมดุลผิวจากภายใน ผ่านการเสริมสมดุลลําไส้ตามแนวคิด Gut-Skin Axis
- ช่วยเสริมวิตามินสําคัญสําหรับบํารุงผิวในผู้ป่วยสะเก็ดเงินโดยเฉพาะ
- ผู้ที่มีอาการโรคสะเก็ดเงินกำเริบ มีผื่นแดง หนา แข็ง คัน และมีสะเก็ดสีเงินหลุดลอกออกมา เป็นๆ หายๆ เรื้อรัง
- ผู้ที่รักษาด้วยวิธีเดิมแล้วยังไม่ดีขึ้น ใช้ยาทา หรือยาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์มาเป็นเวลานาน
- ผู้ที่มีไลฟ์สไตล์กระตุ้นภูมิคุ้มกัน กลุ่มคนที่เมื่อมีความเครียดสะสม พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือสภาพอากาศเปลี่ยน อาการผื่นผิวหนังจะเห่อและกำเริบขึ้นมาทันที
- ผู้ที่มองหาตัวช่วยควบคู่กับการรักษาหลัก ผู้ป่วยที่ต้องการผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ปลอดภัย เพื่อทานบำรุงควบคู่ไปกับการรักษา ของแพทย์ผิวหนัง เพื่อฟื้นฟูความมั่นใจให้กลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ ไม่ต้องคอยปกปิดรอยผิว
- นวัตกรรมสารสกัดขมิ้นชัน Curcumin PHYTOSOME® ที่ดูดซึมได้ดีกว่าทั่วไปถึง 29 เท่า
- Probiotic 5 สายพันธ์ุที่คัดเลือกมาเพื่อช่วยด้านโรคสะเก็ดเงินโดยตรง Lactobacillus acidophilus / Lactobacillus rhamnosus / Bifidobacterium bifidum / Bifidobacterium lactis / Bifidobacterium longum
- สารสกัดจากแก่นตะวัน
- Vitamin D3 และ E
วิธีการรับประทาน BETA CARE
- ช่วงที่มีอาการกำเริบของโรค: รับประทานครั้งละ 2 เม็ดวันละ 1 ครั้ง หลังอาหารเช้า
- ช่วงที่โรคสงบ: รับประทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 1 ครั้ง หลังอาหารเช้า เพื่อลดความเสี่ยงการกำเริบของโรค
ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและปัจจัยอื่นๆ ควรรับประทานอย่างต่อเนื่องร่วมกับการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม
- บำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอ: ควรทาโลชั่น ครีมบำรุงผิว (Moisturizer) หรือออยล์ ทันทีหลังอาบน้ำเสร็จ (ภายใน 3-5 นาที) เพื่อช่วยกัก
เก็บความชุ่มชื้น ลดอาการผิวแห้ง ลอก และบรรเทาอาการคัน - เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน: ใช้สบู่เหลวหรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวสูตรอ่อนโยนสำหรับผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหอม แอลกอฮอล์ หรือสครับขัดผิว เพราะจะยิ่งทำให้เกิดการระคายเคือง
- อาบน้ำในอุณหภูมิที่เหมาะสม: ไม่อาบน้ำที่ร้อนจัดเกินไป เพราะน้ำร้อนจะชะล้างไขมันตามธรรมชาติบนผิวหนังออกไป ทำให้ผิวแห้งตึงและลอกมากขึ้น
- ปรับสมดุลจากภายใน: รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำให้เพียงพอ และอาจเสริมด้วยกลุ่มจุลินทรีย์ชนิดดี (Probiotics) เพื่อช่วย
- ปรับสมดุลลำไส้ (Gut-Skin Axis) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง
- ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์: ทายาหรือรับประทานยาตามที่แพทย์ผิวหนังประเมินอย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรปรับลดหรือหยุดยาเองกะทันหันแม้ผื่นจะยุบลงแล้ว
- ความเครียดสะสม ถือเป็นปัจจัยกระตุ้นอันดับต้นๆ เมื่อร่างกายมีความเครียด จะมีการหลั่งสารที่ไปกระตุ้นกระบวนการอักเสบทั่ว
ร่างกาย ส่งผลให้ผื่นเห่อแดงขึ้นอย่างชัดเจน - การพักผ่อนไม่เพียงพอ การอดนอนหรือนอนน้อยติดต่อกัน ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันรวนและเสียสมดุล
- การบาดเจ็บที่ผิวหนัง ในทางการแพทย์เรียกว่าปรากฏการณ์เคิบเนอร์ (Koebner Phenomenon) คือเมื่อผิวหนังมีรอยถลอก รอยขีดข่วน แมลงสัตว์กัดต่อย แผลโดนบาด หรือรอยสัก ผื่นสะเก็ดเงินมักจะลุกลามหรือเกิดขึ้นใหม่ตรงบริเวณแผลนั้น
- การติดเชื้อ โดยเฉพาะการติดเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดอาการคออักเสบ
- สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง อากาศที่เย็นและแห้งจัด (เช่น ช่วงหน้าหนาว หรือการอยู่ในห้องแอร์ตลอดเวลา) จะดึงความชุ่มชื้นออกจากผิว ทำให้ผิวแห้งคันและโรคกำเริบ
- ยาบางชนิด ยาแผนปัจจุบันบางกลุ่มมีผลข้างเคียงกระตุ้นอาการได้ เช่น ยาลดความดันโลหิตบางชนิด (Beta-blockers), ยารักษาอาการทางจิตเวช (Lithium) หรือการหยุดยาสเตียรอยด์แบบฉับพลัน
- แอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ สารพิษจากบุหรี่และแอลกอฮอล์จะเข้าไปกระตุ้นกระบวนการอักเสบในเซลล์โดยตรง ทำให้โรคกำเริบและตอบสนองต่อการรักษาได้ยากขึ้น
